ความเชื่อ หนึ่งในเสาหลักของ NLP

NLP นั้นเน้นในเรื่องของการโปรแกรมความคิดและความเชื่อของเรา หรือของใครก็ตาม ซึ่งความเชื่อนั้นเป็นจุดเริ่มต้นของความสำเร็จหรือความล้มเหลวที่จะตามมาอย่างแน่นอน ไม่ว่าคุณจะเชื่อแบบไหนก็ตาม ซึ่งในเรื่องของความเชื่อที่เป็นวิทยาศาสตร์ และสามารถพิสูจน์ได้อย่างเห็นได้ชัดก็คือเรื่องของ “ยาหลอก” ในวงการแพทย์ซึ่งในบางครั้งในการทดลองต่างๆ จำเป็นที่จะต้องแบ่งกลุ่มทดลองที่แตกต่าง ทั้งการให้ยาหลอก ที่เป็นแค่เพียงแป้งบดอัดเม็ด โดยไม่มีตัวยาใดๆ เลย ให้กับทั้งสองกลุ่มตัวอย่างโดยใส่ความเชื่อที่แตกต่างลงไปแทน ซึ่งผลลัพธ์ก็เป็นไปตามความเชื่อที่ใส่ลงไปนั่นเอง โดยกลุ่มที่ถูกใส่ความเชื่อว่าได้ยาที่ดีกว่า ผลการรักษาก็จะดีกว่านั่นเอง ทั้งๆที่ทั้ง 2 กลุ่มก็ได้รับแค่แป้งบดอัดเม็ดเหมือนๆกัน

ความเชื่อของคนเรานั้น ได้รับอิทธิพลมาจากหลายสิ่ง แต่สิ่งที่มีอิทธิพลมากอย่างหนึ่งคือประสบการณ์ เช่นความเชื่อส่วนตัวที่ว่า กรอบที่อยู่รอบๆเตาในร้านปิ้งย่าง (หลายๆร้านใช้คล้ายๆกัน) ต้องร้อนมากๆ แน่ๆ และนั่นคือสาเหตุที่ทำให้เราระมัดระวังไม่กล้าที่จะสัมผัสหรือโดนแม้แต่น้อย จนเมื่อครั้งนึงที่พนักงานเดินมาหยิบด้วยมือเปล่าแบบหน้าตาเฉย ทำให้ผมได้เปลี่ยนความเชื่อลงอย่างสิ้นเชิงในทันที และนั่นคือความเชื่อที่ได้ผลมาจากประสบการณ์

อย่างที่ได้กล่าวไปแล้วว่า ความเชื่อของเรา ไม่มีความเชื่อใดผิด เช่นถ้าคุณเชื่อว่าชาตินี้คุณคงไม่มีทางรวย สิ่งที่คุณเชื่ออยู่นั้นถูกต้องแน่นอน แต่ถ้าคุณเชื่อว่า ยังไงแล้วคุณจะต้องเป็นเศรษฐีแน่ๆ ก็เช่นกันความเชื่อของคุณถูกต้องแน่นอน เพราะไม่ว่าคุณเชื่ออย่างไร คุณก็จะได้รับผลแบบนั้นแน่นอน

ความเชื่อ

มาดูรูปด้านบนว่าความเชื่อมันสามารถกำหนดรูปแบบความสำเร็จของคุณได้อย่างไร เราจะยกตัวอย่างเกี่ยวกับการลดน้ำหนัก ใน 2 รูปแบบความเชื่อ

ในแบบแรก เมื่อคุณชั่งน้ำหนักและพบว่า น้ำหนักเพิ่มขึ้นไปจากเมื่อสัปดาห์ก่อน 2 กิโล คุณก็เริ่มคิดแล้วว่ามันเป็นอะไรที่รับไม่ได้ และก็มีความคิดในหัวแว้บนึงว่าคุณต้องการจะลดน้ำหนักลงให้ได้ แต่พอคิดถึงสิ่งที่จะต้องทำเพื่อลดน้ำหนักแล้วเช่นการงดกินของอร่อยๆ ในฤดูกาลที่มีทุเรียนของโปรด รวมถึงการออกกำลังกายที่ไม่ค่อยสะดวกมากนักเพราะติดกับช่วงเวลาเพิ่งเข้าหน้าฝน ซึ่งแน่นอน คุณก็จะคิดว่า ในช่วงนี้อาจจะไม่เหมาะกับการมาลดน้ำหนัก และคุณก็จะไม่ทำอะไรเลยเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ตามที่ต้องการในครั้งแรก และแน่นอน ผ่านไป 3 เดือนนอกจากน้ำหนักคุณจะไม่ลดลงแล้ว คุณอาจจะมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นด้วยซ้ำ และถึงตอนนั้นคุณอาจจะคิดว่ามันสายเกินไปแล้วนั่นเอง

ในทางกลับกัน แค่คุณเห็นว่าน้ำหนักขึ้นมา 2 กิโลและคิดว่าจะลดน้ำหนักให้ได้ โดยมีความเชื่อว่า คุณทำได้แน่นอน เพราะทำให้ขึ้นได้ก็ทำให้ลดได้สบายๆ แถมคุณก็รู้ว่าการลดน้ำหนักมันอาจจะต้องแลกด้วยการงดของหวานบ้าง และต้องมีการออกกำลังกาย แต่เพื่อผลลัพธ์ที่คาดหวังไว้จะสำเร็จ คุณรู้ว่าเป็นหน้าฝน คุณอาจจะคิดหาวิธีการออกกำลังกายภายในบ้าน แบบ T25 ที่กำลังฮิตก็ได้ เมื่อคุณเชื่อว่าแค่ ไม่กี่โลคุณสามารถลดได้ไม่ยาก คุณก็จะไม่ลืมที่จะออกกำลังกายและงดอาหารเพิ่มความอ้วนทั้งหลายตามที่ได้วางโปรแกรมไว้ และเมื่อผลลัพธ์ออกมาเป็นที่น่าพอใจ คุณก็จะรู้ว่าคุณสามารถลดน้ำหนักได้ไม่ยากเลย และคุณมีความเชื่อมันในทุกๆครั้งที่คุณอาจจะลืมตัวกินมากไป แต่คุณจะมีความเชื่อว่าถ้าคุณมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นได้ คุณก็จะลดมันได้แน่นอน ในทุกๆครั้ง

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *