5 ขั้นตอน สู่การประสบความสำเร็จในทุกๆเรื่อง

ช่วงที่ผ่านมาก็มีความตั้งใจจะทำอะไรหลายอย่างด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของงาน เรื่องของโปรเจ็คต่างๆ ยังมีเรื่องของสุขภาพ และการออกกำลังกาย แต่ก็ทำได้แค่ในระดับโอเคแล้ว ยังไม่ได้มีอะไรที่ประสบความสำเร็จแบบโดดเด่น หรือบางเรื่องต้องบอกเลยว่าไม่โอเคด้วยซ้ำ ทำให้ต้องมานั่งทบทวนกันแล้วว่า ทำไมมันถึงไม่เป็นไปตามที่คิดเอาไว้ และก็ทำให้นึกถึงเรื่องราวที่เคยมีคนสอนมาให้ทำตามขั้นตอนเหล่านี้เพื่อประสบความสำเร็จ

5steps-to-success

ความฝัน

อย่างแรกเลยคงต้องให้นึกถึงสิ่งที่เราฝันถึง สิ่งที่เราอยากมี อยากเป็น และอยากไปทั้งหลายทั้งปวง ว่าเราเคยฝันอะไรไว้บ้าง แล้วเขียนมันออกมา หรือหารูปภาพมาใส่เอาไว้ในหน้าคอม หน้าโทรศัพท์มือถือ เรียกได้ว่า ให้เห็นมันซะทุกวันเลยยิ่งดี เพื่อเตือนว่านี่แล่ะคือสิ่งที่เราต้องการ คือสิ่งที่เราใฝ่ฝันมาตลอดเวลา และที่สำคัญ ความฝันไม่มีใครมาบังคับเราว่าให้ฝันแต่พอดี พอเพียง เพราะฝันก็ฝันของเรา ไม่มีใครมาจำกัดได้

เป้าหมาย

เป้าหมายจริงๆแล้วก็คล้ายๆกับความฝันนั่นแล่ะ เพียงแต่ถ้ามีกำหนดเวลาลงไป ก็จะกลายเป็นเป้าหมายทันที และเป้าหมายก็ยังสามารถแบ่งเป็นระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาวได้ เพื่อให้เราค่อยๆ ขยับให้ถึงเป้าหมายใหญ่ หรือความฝันของเรานั่นเอง เช่น ฝันว่าอยากมีหุ่นดี หุ่นสวย น้ำหนักตัวอยู่ที่ 45 กิโลกรัม แต่ตอนนี้น้ำหนักตัวอยู่ที่ 60 กิโล ก็ให้แบ่งเป้าหมายเป็น 3 ระยะ เช่น ช่วง 3 เดือนแรก จะลดลงให้เหลือ 55 กิโล และในครึ่งปีจะทำให้ได้ 50 กิโล จนท้ายสุด ให้เวลา 1 ปี ที่จะทำให้น้ำหนักตัวอยู่ที่  45 กิโลกรัม แบบมีสุขภาพแข็งแรง

แผนงาน

หลังจากที่เราตั้งเป้าหมายแล้วก็คงต้องมีแผนงานดีๆ รองรับ ตามตัวอย่างเดิม เช่น ถ้าเราต้องการลดน้ำหนักลงซัก 5 กิโลใน 3 เดือนแรก เราควรต้องทำอะไรบ้าง ต้องควบคุมอาหารแค่ไหน เปลี่ยนนิสัยการกิน ให้ลดแป้ง เพิ่มผักและผลไม้ หรือต้องออกกำลังกายแบบไหน สัปดาห์ละกี่ครั้ง ซึ่งแผนงานต่างๆ เราสามารถปรับเปลี่ยนตามความเหมาะสม และตามผลลัพธ์ที่ได้ตามมาอยู่เรื่อยๆ เช่นถ้าวางแผนออกกำลังกายไว้ทุกๆ วันจันทร์ พุธ ศุกร์ แต่ วันจันทร์ กับ วันพุธ ติดธุระเรื่องงานทั้ง 2 วัน ก็อาจจะปรับแผนเป็นออกกำลังกายวันอังคาร กับ พฤหัสบดี ทดแทน

ความเชื่อ

ความเชื่อกลายมาเป็นเรื่องสำคัญที่จะทำให้ผลลัพธ์ออกมาแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง เพราะถึงแม้ เราจะมีเป้าหมาย และวางแผนดีแค่ไหน แต่ถ้าเราคิดว่า ยังไง เราก็คงอ้วนเหมือนเดิม หรือไม่ก็คิดว่าเราจะหาเวลาที่ไหนมาออกกำลังกาย แก่แล้วจะมีแรงออกกำลังกายรึเปล่า สารพัดข้อสงสัย ที่จะช่วยลดความเชื่อเราลงไป รับรองได้เลยว่า ไม่ต้องรอให้ถึง 3 เดือน เราก็คงเลิกล้มความตั้งใจแน่นอน แต่ในทางกลับกัน ถ้าเราใส่ความเชื่อ เชื่อว่าที่เราตั้งเป้าหมายไว้ มันไม่ยากเกินไป เพราะเราค่อยๆ แบ่งไว้แล้วว่า เราจะค่อยๆ ลดน้ำหนัก รวมถึงแผนงานก็เป็นแผนที่ดี มีคนเคยให้วิธีการนี้และได้ผลมาแล้วหลายคน เราก็น่าจะเป็นอีกคนที่จะทำได้เช่นเดียวกัน ซึ่งแน่นอน ในทุกๆครั้งที่เราเปิดคอมเห็นหุ่นสวยๆ ในอนาคตของเรา เราก็จะมีกำลังใจ มองเห็นเป้าหมายและรู้ตัวเองว่าเย็นนี้ต้องออกกำลังกาย หรือในระหว่างวันก็จะดูแลเรื่องการกินอย่างดี เพราะเราเชื่อว่า เราจะมีหุ่นดีได้ภายใน 1 ปี

ลงมือทำ

แน่นอนว่าสิ่งที่ต้องการ แผนงานที่วางไว้ จะไม่เห็นผลเลยถ้าไม่ได้ลงมือทำอย่างจริงจัง สม่ำเสมอ และต่อเนื่อง ซึ่งในความเป็นจริงๆทุกๆเรื่องเราจะมีความชำนาญ ก็เกิดจากการลงมือทำซ้ำๆ เช่นวันแรกๆ เราอาจจะไม่ชินกับการเปลี่ยนอาหาร หรือ ปวดเมื่อยตัวจากการออกกำลังกาย แต่ถ้าเราทำมากขึ้น ทำบ่อยๆ เราจะเริ่มสนุกกับมัน และหลังจากลงมือทำ เราจะได้ข้อมูลดีๆ ที่จะไปปรับในส่วนของแผนงานให้ดีขึ้นอีกด้วย

สำหรับ 5 ขั้นตอนสู่การประสบความสำเร็จที่ยกตัวอย่างในเรื่องของการลดน้ำหนัก เพราะจะสามารถยกตัวอย่างได้ง่ายๆ และชัดเจนดี แต่เราสามารถนำเอา วิธีการทั้ง 5 ขั้นตอนนี้ ไปใชัในเรื่องอื่นๆ ได้อย่างแน่นอน และเป็นกำลังใจให้กับทุกคนที่ต้องการประสบความสำเร็จครับ

 

 

ความเชื่อ หนึ่งในเสาหลักของ NLP

NLP นั้นเน้นในเรื่องของการโปรแกรมความคิดและความเชื่อของเรา หรือของใครก็ตาม ซึ่งความเชื่อนั้นเป็นจุดเริ่มต้นของความสำเร็จหรือความล้มเหลวที่จะตามมาอย่างแน่นอน ไม่ว่าคุณจะเชื่อแบบไหนก็ตาม ซึ่งในเรื่องของความเชื่อที่เป็นวิทยาศาสตร์ และสามารถพิสูจน์ได้อย่างเห็นได้ชัดก็คือเรื่องของ “ยาหลอก” ในวงการแพทย์ซึ่งในบางครั้งในการทดลองต่างๆ จำเป็นที่จะต้องแบ่งกลุ่มทดลองที่แตกต่าง ทั้งการให้ยาหลอก ที่เป็นแค่เพียงแป้งบดอัดเม็ด โดยไม่มีตัวยาใดๆ เลย ให้กับทั้งสองกลุ่มตัวอย่างโดยใส่ความเชื่อที่แตกต่างลงไปแทน ซึ่งผลลัพธ์ก็เป็นไปตามความเชื่อที่ใส่ลงไปนั่นเอง โดยกลุ่มที่ถูกใส่ความเชื่อว่าได้ยาที่ดีกว่า ผลการรักษาก็จะดีกว่านั่นเอง ทั้งๆที่ทั้ง 2 กลุ่มก็ได้รับแค่แป้งบดอัดเม็ดเหมือนๆกัน

ความเชื่อของคนเรานั้น ได้รับอิทธิพลมาจากหลายสิ่ง แต่สิ่งที่มีอิทธิพลมากอย่างหนึ่งคือประสบการณ์ เช่นความเชื่อส่วนตัวที่ว่า กรอบที่อยู่รอบๆเตาในร้านปิ้งย่าง (หลายๆร้านใช้คล้ายๆกัน) ต้องร้อนมากๆ แน่ๆ และนั่นคือสาเหตุที่ทำให้เราระมัดระวังไม่กล้าที่จะสัมผัสหรือโดนแม้แต่น้อย จนเมื่อครั้งนึงที่พนักงานเดินมาหยิบด้วยมือเปล่าแบบหน้าตาเฉย ทำให้ผมได้เปลี่ยนความเชื่อลงอย่างสิ้นเชิงในทันที และนั่นคือความเชื่อที่ได้ผลมาจากประสบการณ์

อย่างที่ได้กล่าวไปแล้วว่า ความเชื่อของเรา ไม่มีความเชื่อใดผิด เช่นถ้าคุณเชื่อว่าชาตินี้คุณคงไม่มีทางรวย สิ่งที่คุณเชื่ออยู่นั้นถูกต้องแน่นอน แต่ถ้าคุณเชื่อว่า ยังไงแล้วคุณจะต้องเป็นเศรษฐีแน่ๆ ก็เช่นกันความเชื่อของคุณถูกต้องแน่นอน เพราะไม่ว่าคุณเชื่ออย่างไร คุณก็จะได้รับผลแบบนั้นแน่นอน

ความเชื่อ

มาดูรูปด้านบนว่าความเชื่อมันสามารถกำหนดรูปแบบความสำเร็จของคุณได้อย่างไร เราจะยกตัวอย่างเกี่ยวกับการลดน้ำหนัก ใน 2 รูปแบบความเชื่อ

ในแบบแรก เมื่อคุณชั่งน้ำหนักและพบว่า น้ำหนักเพิ่มขึ้นไปจากเมื่อสัปดาห์ก่อน 2 กิโล คุณก็เริ่มคิดแล้วว่ามันเป็นอะไรที่รับไม่ได้ และก็มีความคิดในหัวแว้บนึงว่าคุณต้องการจะลดน้ำหนักลงให้ได้ แต่พอคิดถึงสิ่งที่จะต้องทำเพื่อลดน้ำหนักแล้วเช่นการงดกินของอร่อยๆ ในฤดูกาลที่มีทุเรียนของโปรด รวมถึงการออกกำลังกายที่ไม่ค่อยสะดวกมากนักเพราะติดกับช่วงเวลาเพิ่งเข้าหน้าฝน ซึ่งแน่นอน คุณก็จะคิดว่า ในช่วงนี้อาจจะไม่เหมาะกับการมาลดน้ำหนัก และคุณก็จะไม่ทำอะไรเลยเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ตามที่ต้องการในครั้งแรก และแน่นอน ผ่านไป 3 เดือนนอกจากน้ำหนักคุณจะไม่ลดลงแล้ว คุณอาจจะมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นด้วยซ้ำ และถึงตอนนั้นคุณอาจจะคิดว่ามันสายเกินไปแล้วนั่นเอง

ในทางกลับกัน แค่คุณเห็นว่าน้ำหนักขึ้นมา 2 กิโลและคิดว่าจะลดน้ำหนักให้ได้ โดยมีความเชื่อว่า คุณทำได้แน่นอน เพราะทำให้ขึ้นได้ก็ทำให้ลดได้สบายๆ แถมคุณก็รู้ว่าการลดน้ำหนักมันอาจจะต้องแลกด้วยการงดของหวานบ้าง และต้องมีการออกกำลังกาย แต่เพื่อผลลัพธ์ที่คาดหวังไว้จะสำเร็จ คุณรู้ว่าเป็นหน้าฝน คุณอาจจะคิดหาวิธีการออกกำลังกายภายในบ้าน แบบ T25 ที่กำลังฮิตก็ได้ เมื่อคุณเชื่อว่าแค่ ไม่กี่โลคุณสามารถลดได้ไม่ยาก คุณก็จะไม่ลืมที่จะออกกำลังกายและงดอาหารเพิ่มความอ้วนทั้งหลายตามที่ได้วางโปรแกรมไว้ และเมื่อผลลัพธ์ออกมาเป็นที่น่าพอใจ คุณก็จะรู้ว่าคุณสามารถลดน้ำหนักได้ไม่ยากเลย และคุณมีความเชื่อมันในทุกๆครั้งที่คุณอาจจะลืมตัวกินมากไป แต่คุณจะมีความเชื่อว่าถ้าคุณมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นได้ คุณก็จะลดมันได้แน่นอน ในทุกๆครั้ง