พื้นฐานสำคัญ อีก 5 ข้อ (ข้อ 6-10) สำหรับการทำรายการบน YouTube

อยากมีรายการอยู่บน YouTube แล้วจะเริ่มต้นอย่างไร แนะนำให้ศึกษาพื้นฐานการทำ YouTube Channel ซึ่งเป็นข้อมูลจากทาง YouTube Academy แนะนำมามีทั้งหมด 10 ข้อ คือ

1 Shareability คนที่ดูวีดีโอของคุณแล้วเค้าอยากจะแชร์ต่อมั้ย?
2 Conversation อย่าลืมตีสนิทกับคนดู ด้วยการพูดคุยกับคนดูของคุณ
3 Interactivity เปิดโอกาสให้ผู้ชม ได้มีส่วนร่วม
4 Consistency ทำคลิปอย่างสม่ำเสมอ
5 Targeting มีกลุ่มผู้เข้าชมที่ชัดเจน
6 Sustainability วางแผนการทำเนื้อหาที่สามารถทำได้ในระยะยาว
7 Discoverability ทำให้คนดูค้นหาเจอวีดีโอของคุณก่อน
8 Accessibility ทำเนื้อหาในรายการของคุณ ให้คนดูรู้เรื่องได้ในตอนเดียว
9 Collaboration ร่วมมือกัน ผลลัพธ์ย่อมดีกว่าเสมอ
10 Inspiration ทำในสิ่งที่รัก แล้วงานก็จะสนุก

เพียงแต่ผมนำมาเขียนให้เป็นภาษาไทยเพื่อให้เข้าใจง่ายมากขึ้นนะครับ สำหรับใครที่ยังไม่เคยได้อ่าน 5 ข้อแรก แนะนำให้ย้อนไปอ่านที่นี่ครับ: https://goo.gl/hLbynr

สำหรับคนที่ผ่าน 5 ข้อแรกมาแล้ว เรามาเริ่มข้อต่อไปกันเลยครับ

6. วางแผนทำเนื้อหาที่สามารถทำได้ในระยะยาว
(Sustainability)

เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญมากสำหรับการวางแผนที่จะทำรายการให้อยู่บน YouTube นานๆ เมื่อช่วงปี 2558 เป็นช่วงปีที่ เด็กๆ (ผู้ชมส่วนใหญ่ใน YouTube ประเทศไทย) ให้ความสนใจในการทำ Slime และในปีนั้นเราจะเห็นได้ว่า มีช่องเกิดใหม่ที่ทำเนื้อหาเกี่ยวกับ Slime เพียงอย่างเดียว หลายต่อหลายช่อง แต่สิ่งที่ขาดไปก็คือ Sustainability ที่ทุกอย่างของช่องฝากไว้กับ Slime เพียงอย่างเดียว และเมื่อความนิยมในการเล่นสไลม์ลดลง เนื้อหาก็จะมีผู้สนใจลดลงเช่นกัน ดังนั้นหากเราควรจะวางเนื้อหาเอาไว้ให้ไม่กว้างหรือแคบจนเกินไป

ยกตัวอย่างเช่นช่องของ Papapha ที่ทำเนื้อหาเกี่ยวกับสไลม์ไว้เยอะมากในช่วงเวลานั้น แต่ด้วยการวางตัวของช่องเอาไว้ ที่ไม่ได้ยึดติดที่สไลม์เพียงอย่างเดียว แต่เป็นการสอนทำของเล่นต่างๆ ให้กับเด็กๆ ไม่ว่าจะเป็น สไลม์ สกุ๊ชชี่ ตุ๊กตา หรือบางที่ก็ทดลองอะไรแปลกๆ กับของเล่นเด็ก ทำให้เมื่อเวลาผ่านไป ถึงแม้ สไลม์ ไม่ได้รับความนิยมมากเหมือนเมื่อก่อนแล้ว แต่ก็ยังมีแฟนๆ เข้ามาดูผลงานในเรื่องอื่นๆ อยู่เรื่อยๆ

7. ทำให้คนดูค้นหาเจอวีดีโอของคุณก่อนคนอื่นๆ
(Discoverability)

แหล่งที่มาของคนดูใน YouTube Analytics เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ เราต้องตรวจดูอยู่ตลอด และนอกเหนือจากการเป็นวีดีโอแนะนำ และหน้าแรกของ Youtube แล้ว แหล่งที่มีอันดับต้นๆ อีกอย่างก็คือ จากผลการค้นหานั่นเอง เพราะอย่าลืมว่า YouTube เองก็คือ Google ที่เค้าจะนำเอา แนวทางการค้นหาจาก Google ที่ให้ผลการค้นหาที่ค่อนข้างตรงใจคน มาใช้กับ YouTube ด้วยนั่นเอง และเพื่อการที่จะทำให้ วีดีโอของคุณไปอยู่ในผลการค้นหา ก็แค่ทำตามที่ YouTube แนะนำเท่านั้นเองครับ ไม่ว่าจะเป็นการตั้งชื่อเรื่องให้ตรงกับเนื้อหาที่สุด การให้เวลาคิดคำบรรยายของคลิป และ การใส่ แท็กของคลิปนั้นๆ ให้สอดคล้องกับเนื้อหา

***เน้นยำเรื่องของชื่อเรื่อง คำบรรยาย และ แท็ก ต้องเกี่ยวข้องกับเนื้อหานะครับ ไม่ควรใส่คำที่กำลังเป็นที่นิยมในช่วงเวลานั้นๆ โดยเนื้อหาไม่ได้เกี่ยวข้องเลยแม้แต่น้อยนะครับ ยกตัวอย่างเช่น ช่องของเราเป็นช่องเพลง และช่วงนั้น คนกำลังพูดถึงละครเพลิงบุญ ก็เลยใส่ Tag เพลิงบุญ ทั้งๆ ที่เนื้อหาไม่ได้เกี่ยวข้องใดๆ เลย แบบนี้ นอกจากจะไม่ช่วยให้คนเจอคลิปที่ตรงกับสิ่งที่เค้าค้นหาแล้ว ยังอาจจะโดนโทษจาก Youtube ด้วยนะครับ

8. ทำเนื้อหาในรายการของคุณ ให้คนดูรู้เรื่องได้ในตอนเดียว
Accessibility

การดูเนื้อหาใน YouTube นั้นแตกต่างออกไปจากการดูเนื้อหาที่เป็นทีวีปกติ เพราะคนดูสามารถดูในเวลาไหนก็ได้ หรือ อาจจะดูรายการของเราแค่เพียงครั้งเดียวเท่านั้น เราจึงมีเวลาที่จะทำให้คนดูรู้เรื่อง เข้าใจเนื้อหาที่เรานำเสนอได้ภายในตอนเดียว เพราะหากคนดูเปิดรายการของเรา แล้วเราบอกว่า ความเดิมตอนที่แล้ว ให้ย้อนกลับไปดู ซึ่งสำหรับบางคน เค้าอาจจะไม่ได้ต้องการพยายามขนาดนั้น เราก็อาจจะเสียโอกาส ที่จะทำให้เค้าชอบคุณ และกลายมาเป็น Subscribers ของคุณนั่นเอง

ถึงแม้จะว่าจะเป็นการทำ ซีรีย์ยาวๆ ก็ตาม แต่ภายในตอนนั้นๆ ต้องมีเนื้อหาที่สนุก และ สามารถทำให้คนดูชื่นชอบคุณได้ภายในคลิปนั้นเลย และถ้าเค้าชื่นชอบรายการนั้นๆ แล้วเค้าจะยินดี ที่จะกลับไปย้อนดูรายการก่อนๆ ของเรานั่นเอง

9. ร่วมมือกัน ผลลัพธ์ย่อมดีกว่าเสมอ
(Collaboration)

YouTube Creator แต่ละคนก็จะมีสไตล์ ที่แตกต่างกันออกไป อาจจะมีบางส่วนคล้ายๆ หรือบางคนอาจจะแตกต่างกันมาก ทำให้แต่ละคนต่างจะมีผู้ติดตาม ที่แตกต่างกันออกไปและนั่นเอง การทำเนื้อหาร่วมกัน จึงกลายเป็นการแลกเปลี่ยนฐานแฟนของแต่ละคน ไม่ว่าจะช่องเล็กหรือช่องใหญ่ ต่างก็ได้ผลลัพธ์ที่น่าพอใจกลับมาแน่นอน

**สำหรับ Creator บางคนที่อยู่กับ MCN อาจจะมีเครื่องมือในการใช้วิเคราะห์ ผู้ติดตาม (ยกตัวอย่างเช่น Thoughtful Vision) ซึ่งเราสามารถตรวจสอบได้ว่า ผู้ติดตามของเรา เค้าสนใจเนื้อหาประเภทอะไรบ้าง หรือเค้าติดตาม Creator คนไหนบ้าง โดยเข้าไปหน้า Dashbaord/Audience/Subscribers Overlab ใครมีลองใช้งานดูนะครับ

10. ทำในสิ่งที่รัก แล้วการทำงานของคุณจะสนุก
(Inspiration)

เรื่องนี้เป็นสิ่งที่ YouTube ออกมาบอกเสมอว่า ควรทำรายการอะไรก็ได้ ที่คุณชอบมัน รักมัน มีความสุขที่จะอยู่กับมัน เพราะในหลายๆ คำแนะนำของ YouTuber ในเมืองไทย บางคนอาจจะแนะนำให้เราวิเคราะห์ตลาด วิเคราะห์ คนดู แล้วพอเราเห็นว่า ตลาดในเมืองไทย มีเด็กเป็นส่วนใหญ่ เราก็เลยเลือกที่จะทำรายการสำหรับเด็ก และในหลายๆ คนอาจจะเลือกทำตามกระแส แต่ท้ายที่สุด เราอาจจะไม่ได้ชอบการทำเนื้อหาแบบนั้น และเมื่อเวลาผ่านไป ผมเองได้มีประสบการณ์ที่ได้พูดคุยกับ Creator หลายคนที่เปลี่ยนใจ เลิกทำเนื้อหาแบบเดิมๆ เพียงเพราะ ไม่ชอบและไม่มีความสุขที่จะทำมัน ซึ่งหลายคนสามารถปรับตัวคนดูให้ดูรายการใหม่ได้ แต่หลายคนจำเป็นต้องสร้างช่องใหม่กันเลยทีเดียว

เนื้อหาเกี่ยวกับ YouTube Fundamentals จะมีรายละเอียดคร่าวๆ ประมาณนี้นะครับ สำหรับใครที่ไม่เข้าใจส่วนไหน ก็ลองปรึกษากันได้ที่ FB.com/ThoughtfulMediaThailand/ ได้นะครับ