ลดน้ำหนัก แบบท้องอิ่ม ลด 10% ใน 28 วัน

ลดน้ำหนัก โพสิทริม

ลดน้ำหนัก แบบท้องอิ่ม

ฤกษ์งามยามดี วันนี้เลยจัดคอร์ส ลดน้ำหนักให้กับเพื่อนๆ ในกลุ่ม 5-6 คน หลังจากที่ได้เทคนิค พร้อมเครื่องไม้เครื่องมือในการลดน้ำหนักแบบได้ผลชัดเจนภายใน 28 วันมาลอง แต่ที่มันยิ่งมันเข้าไปอีกก็เพราะคราวนี้ผมเองก็ต้องลดด้วย เพราะช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา บอกเลยว่าจัดทุเรียนไปหลายกิโลเลย หุหุหุ ได้พุงเพียวๆ มาครองอย่างงามเลยครับ จริงๆก็ไม่ใช่แค่ผมหรอกครับ เพราะแต่ละคนในกลุ่มนี่ก็จัดทุเรียนกันไปไม่น้อยเหมือนกัน (เหมือนจะมีแค่คนเดียวที่ไม่กินทุเรียน นอกนั้น อย่าให้อยู่ด้วยกันเลย ชวนกินทุเรียนตลอด)

แต่ที่สนุกกันคราวนี้ นอกจากจะเป็นการจัดคอร์สลดน้ำหนักแบบที่เคยทำแล้ว คราวนี้จัดให้เริ่มต้นพร้อมๆ กัน แล้ววัดผลกันเป็นเปอร์เซ็นต์อย่างสนุกสนานเลยครับ พร้อมกับแอพสำหรับจดบันทึก พร้อมคำนวณออกมาเป็นคะแนน แล้วเอามาเปรียบเทียบกับแต่ละคนได้เลยทันที เรียกว่า งานนี้เป็นคอร์สที่มีการแข่งขันกันในตัว เพราะคะแนนจะคิดจากองค์ประกอบทั้งหมด ทั้งน้ำหนักต่อส่วนสูง (BMI) มวลกล้ามเนื้อ, มวลไขมัน, ไขมันหน้าท้อง สนุกแน่นอนครับ

ลดน้ำหนัก แบบท้องอิ่ม

ลดน้ำหนัก แบบท้องอิ่ม

คอร์สนี้ระยะเวลาเต็มๆ จะเป็น 2 เดือน แต่สำหรับการแข่งขันรอบแรก จะตัดแบ่งที่ 4 สัปดาห์แรก เพราะเป็นช่วงที่เห็นความเปลี่ยนแปลงของน้ำหนักมากที่สุด เพราะในคอร์สช่วงสัปดาห์ที่ 5-8 จะเป็นช่วงเมนเทนน้ำหนัก และสร้างกล้ามเนื้อเพื่อมาเผาผลาญพลังงานต่างๆ และที่สำคัญ ในคอร์สนี้ ห้ามทุกคนหิว ต้องอิ่มทุกมื้อ เพื่อไม่ให้ร่างกายรู้สึกถึงการขาดสารอาหาร และจะเข้าสู่ โหมดประหยัดพลังงานเด็ดขาด

หลังจากวัดค่าต่างๆแล้วบอกเลยว่า พลิกโผมากครับ ผมกลับกลายเป็นคนที่ได้คะแนนรั้งท้ายเลยทีเดียว แบบว่าอยู่อันดับบ๊วยของตารางเลย งานนี้ขอโทษไปที่ทุเรียนก่อนเลย 555 ผมไม่ผิดจริงๆนะ ทุเรียนมันผิด สำหรับตารางของแต่ละคนส่วนใหญ่งานนี้ใกล้เคียงกัน โดยต้องกำจัดมวลไขมันที่เกินออก โดยยังคงต้องเมนเทนมวลกล้ามเนื้อไว้ให้คงอยู่เท่าเดิม โดยส่วนตัวผมจะต้องลดมวลไขมันให้ลงมาที่ 10.6 kg (คือต้องลดไขมันลงประมาณ 6 โล) ทั้งๆที่น้ำหนักที่เหมาะสมของผมจะลดลงแค่ 5 โลเท่านั้นเอง 70.7 kg งานนี้ต้องติดตามกันต่อไปว่า 28 วันนี้ ใครจะเข้าวินเป็นที่ 1

Incoming search terms:

  • ราคา บอดี้คีย์

BodyKey ลดน้ำหนักง่ายๆใน 28 วัน

bodykey

bodykey

เมื่อการลดน้ำหนัก กำลังจะกลายเป็นเรื่องที่ใครๆ ก็ทำได้ ด้วยผลิตภัณฑ์ BodyKey จาก Nutrilite ที่จะเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทย ประมาณเดือนกันยายน 2558 และกลายเป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความสนใจ จากทั้งนักธุรกิจและสมาชิกแอมเวย์เป็นอย่างมาก เพราะถ้าพูดถึงการลดน้ำหนัก ไม่ว่าใครก็ต้องการมีหุ่นสวย หุ่นดี กันทุกๆคน

ถึงแม้ตอนนี้ชุดผลิตภัณฑ์บอดี้คีย์ จะยังไม่มีจำหน่ายในประเทศไทย แต่ในหลายๆ ประเทศ เช่น อเมริกา และ อังกฤษ ก็ได้เริ่มจำหน่ายกันไปแล้ว โดยเน้นการดูแลเรื่องโภชนาการเป็นหลัก และไม่ใช่แค่เพียงขายๆ ให้ได้ยอดการค้าเท่านั้น เพราะบอดี้คีย์ ยังมีโปรแกรมให้กลุ่มลูกค้าได้เลือกวางเป้าหมายในการลดน้ำหนักของตัวเองก่อนที่จะสั่งซื้อกันเลยทีเดียว โดยเฉพาะชุดตรวจสอบทางพันธุกรรม (Genetic test) เพื่อผลลัพธ์ในการลดน้ำหนักแบบยั่งยืน ไม่กลับมาอ้วนได้ง่ายๆ ซึ่งการทดสอบนี้คาดว่าน่าจะยังไม่ได้เข้ามาใช้ในประเทศไทยในช่วงเปิดตัวแน่ๆ

bodykey

แต่ที่มีเข้ามาจำหน่ายเป็นที่แน่นอนก็คือ ชุดผลิตภัณฑ์บอดี้คีย์สำหรับทดแทนอาหาร (BodyKey Meal Replacement Shake) ซึ่งในต่างประเทศจะมีด้วยกันทั้งหมด 4 รสชาติ คือ บอดี้คีย์ วนิลาเชค, บอดี้คีย์ ซ็อคโกแลตเชค, บอดี้คีย์ คอฟฟี่เชค, และสุดท้าย บอดี้คีย์ สตรอเบอรี่เชค ซึ่งคาดว่าบอดี้คีย์รสสตรอเบอรี่ น่าจะไม่มีจำหน่ายในประเทศไทย เพราะในโพสิทริมเอง รสสตรอเบอรี่ ก็ไม่ค่อยได้รับความนิยมเท่าไหร่ อาจจะไม่ค่อยถูกปากคนไทยก็เป็นได้

บอดี้คีย์

ส่วนผลิตภัณฑ์อื่นๆ อย่างเช่นเมล็ดธัญพืชต่างๆ หรือสแนคบาร์ อาจจะไม่ได้เข้ามาจำหน่ายในบ้านเรา เพราะในช็อปเองก็มีธัญพืชต่างๆ ที่เป็นสินค้าร่วมรายการจำหน่ายอยู่หลายรายการ รวมทั้งสแนคบาร์ก็คงไม่ใช้ขนมที่คนไทยจะชอบกินมากนัก แต่ที่ขาดไม่ได้ก็คือ การออกกำลังกาย และการทำกิจกรรมในระหว่างวัน ที่จัดเป็นโปรแกรมให้กับผู้ต้องการลดน้ำหนัก ซึ่งในเมืองไทยคาดว่าจะมีการจำหน่าย Activities Tracking Wristband ของแบรนด์ InBody ที่จะใช้งานร่วมกับแอพในมือถือ ซึ่งนอกจากการเก็บข้อมูลกิจกรรมต่างๆ ในระหว่างวันแล้ว แอพ InBody ยังมีการเก็บข้อมูลของ น้ำหนัก มวลกล้ามเนื้อ มวลไขมัน ในแต่ละวันได้อีกด้วย เพื่อเป็นการจดสถิติในการลดน้ำหนักได้อย่างละเอียดกันเลยทีเดียว

โดยส่วนตัวถึงแม้ว่าจะเป็นคนที่ออกกำลังกาย (ปั่นจักรยาน และ วิ่ง) แต่ก็เป็นคนที่ชอบกิน และมีความสุขในการกินขนมและของหวานพอสมควร โดยเฉพาะช่วง 2 เดือนนี้ เป็นช่วงทุเรียน และผมเองก็ไม่เคยพลาดที่จะแวะหามาเป็นผลไม้หลังอาหารเย็นบ่อยๆ ทั้งชะนี หมอนทอง ก้านยาว แล้วแต่ว่า อยากกินอะไร ก็แวะซื้อมากิน แถมเดี๋ยวนี้ร้านส่วนใหญ่ยังแบ่งขายเป็นแพ็คๆ ซึ่งก็ง่ายที่จะเลือกซื้อมากินคนเดียวได้แบบสบายใจ และนั่นก็เป็นเหตุผลที่ทำให้ ผมยังคงมีพุงอ้วนๆ อยู่ แม้ว่าจะออกกำลังกายเป็นประจำก็ตาม ซึ่งก่อนที่จะได้ลิ้มลองผลิตภัณฑ์ BodyKey เดือนหน้าในกลุ่มก็จะมีกิจกรรม แข่งกันลดน้ำหนักด้วยโพสิทริม เพราะแต่ละคนเริ่มจะทนไม่ไหวกันแล้ว แบบว่าในกลุ่มย่อยก็พร้อมใจกันลดน้ำหนักเกือบๆสิบคน และในกลุ่มใหญ่อีกหลายสิบ งานนี้การลดน้ำหนักเลยกลายเป็นเรื่องสนุกและท้าทายมากขึ้นนั่นเอง

Incoming search terms:

  • bodykey
  • bodykey ราคา
  • บอดี้คีย์
  • bodykey แอมเวย์
  • bodykey รีวิว
  • bodykey amway
  • bodykey pantip
  • bodykey แอมเวย์ ราคา
  • บอดี้คีย์ แอมเวย์
  • บอดี้คี

ลดน้ำหนักง่ายๆ ด้วย โพสิทริม (5 วันลด 3 โล)

ลดน้ำหนัก โพสิทริม

ช่วงเวลาแห่งความสุขที่มื้อเย็นมักจะมีของหวานเป็น ทุเรียนหมอนทองบ้าง ก้านยาวบ้าง หรือแม้แต่ชะนี ทำให้สภาพร่างกายก่อนหน้านี้ช่างอวบอิ่มซะเหลือเกิน แถมเดิมทีเป็นคนรูปร่างผอมสูง เวลาไขมันมันจะมาอยู่ด้วย พวกก็ไม่กระจายตัวกันออกไป มากระจุกกันอยู่แถวๆพุงซะส่วนใหญ่เนี่ยสิ เลยเริ่มจะรับกับตัวเองไม่ค่อยจะได้ซะแล้ว งานนี้เลยต้องขยับแข้งขยับขา พร้อมเข้าคอร์สที่แต่เดิมจัดให้คนอื่น แต่คราวนี้ต้องทำเองด้วยแล้ว

ลดน้ำหนัก โพสิทริม

งานนี้ตัวช่วยคงต้องเป็นโพสิทริม แน่นอน เพราะจากประสบการณ์เดิม หรือแต่ละครั้งที่ได้แนะนำเพื่อนๆหรือน้องๆ ไปก็ได้ผลดีมาก ยกเว้นบางคนที่หน้าที่การงานอาจจะไม่อำนวยให้ควบคุมได้อย่างมีวินัย แต่ก็ได้ผลลัพธ์ที่น่าพอใจเช่นเดียวกัน

แน่นอน 100% ว่าการเริ่มลดน้ำหนัก ไม่ใช่เรื่องง่ายที่ใครๆ ก็ผ่านได้ แต่ด้วยโพสิทริม และความมั่นใจในตัวผลิตภัณฑ์ บวกกับสภาพร่างกายก่อนหน้าเลยทำให้ผมต้องแข็งใจเพื่อลดน้ำหนักอย่างจริงจัง ซึ่งแน่นอน Step เดิมที่เคยใช้ได้ผลทั้งกับตัวเองและหลายคนนั่นคือ Step 1 2 3 ที่แนะนำโดยบริษัทนั่นเอง รายละเอียดและขั้นตอนการลดน้ำหนักด้วยโพสิทริม แบบ Step 1 2 3 มีดังนี้ครับ

Step 1 2 3 เพื่อการลดน้ำหนักอย่างปลอดภัย

  1. สัปดาห์ที่ 1 และ 2 ให้เปลี่ยนอาหาร 2 มื้อเช่นมื้อเช้าและมื้อเย็นเป็น โพสิทริม โดยที่มื้อกลางวันควรจะต้องหลีกเลี่ยงอาหารที่มีแป้งหรือไขมันสูงด้วย
  2. สัปดาห์ที่ 3 และ 4 ทานโพสิทริมแทนมื้อเย็นเพียงมื้อเดียว โดยมื้อเช้าและกลางวันให้ปรับมาเป็นปกติ แต่ก็ต้องหลีกเลี่ยงอาหารประเภทไขมันและแป้งเช่นเดียวกัน รวมถึง ให้ทานแคลโลวเพิ่มเข้าไป มื้อละ 2 เม็ด หรือหากอยากจะทานขนมหรือของว่างที่มีปริมาณแป้งและน้ำตาลสูง ก็ควรจะทานแคลโลวเพิ่มเข้าไปอีก 2 เม็ด
  3. สัปดาห์ที่ 5 – 8 ทำทุกอย่างเหมือนสัปดาห์ที่ 3 และ 4 แต่เพิ่มการรับประทาน CLA 500 เข้าไป วันละ 3 ครั้ง พร้อมทั้งออกกำลังกาย เพื่อให้ร่างกายช่วยสร้างกล้ามเนื้อได้อย่างรวดเร็ว และกล้ามเนื้อจะกลายเป็นที่ที่ร่างกายเราใช้ในการเผาผลาญแป้งและไขมันนั่นเองครับ

 

ลดน้ำหนัก โพสิทริม

หลังจากเริ่มการลดน้ำหนักมาได้ 5 วันก็ได้ผลลัพธ์ที่ค่อนข้างน่าพอใจทีเดียว เพราะตลอด 5 วัน ปฏิบัติตัวตาม Step 1 2 3  อย่างน่าพอใจ โดยอาจจะมีบ้างใน 2 วันแรก ที่โหยหาอาหารในมื้อเย็น โดยเฉพาะวันแรก หลังจากซัดโพสิทริมเข้าไปแล้วแต่ยังหิวอยู่แฮะ เลยต้องเข้าร้านสะดวกซื้อไปสอยขนมจีบมา 4 ลูก และก็กินหมดอย่างรวดเร็ว ซึ่งในวันแรกอาจจะลดมาเพียงนิดหน่อย แต่หลังจากนั้นก็เริ่มปรับตัวได้ คราวนี้ทำตามโปรแกรมเป๊ะๆ เช้าโพสิทริม กลางวันกินเต็มที่ (แต่เลือกอาหาร) และมื้อเย็นก็จัดโพสิทริมอีกรอบ ทำให้ผ่านช่วงเวลาแค่เพียง 5 วันก็สามารถลดไปแล้ว 3 กิโลกว่าๆ

แต่สิ่งที่ท้าทายในการลดน้ำหนักครั้งนี้ ไม่ใช่แค่การลดน้ำหนัก เพราะจากการคำนวณมวลกล้ามเนื้อ และมวลไขมัน ในร่างกายแล้ว รอบนี้ ต้องลดมวลไขมันให้มากกว่า การลดน้ำหนัก นั่นคือ ถ้าจะลดน้ำหนัก 6 โล ต้องลดมวลไขมัน 8-9 โล และต้องไปเพิ่มมวลกล้ามเนื้อขึ้นมาอีก 2-3 โล อันนี้มากกว่าที่น่าจะยากเอาการ แต่ไหนๆ ยอมอดทนเข้าโปรแกรมนี้แล้วก็เอาให้มันเต็มที่กันไปเลย

^_^

Incoming search terms:

  • โพสิทริม
  • แอมเวย์ ลดน้ําหนัก
  • โพสิทริม pantip
  • โพสิทริม ลดน้ําหนัก
  • แคลโลว์ กับ cla 500
  • ผลิตภัณฑ์แอมเวย์ลดน้ําหนัก
  • โพ สิ ท ริม ลด น้ํา หนัก
  • กินโพสิทริม ให้ได้ผล
  • แอมเวย์ ลดน้ําหนักตัวใหม่
  • อาหารเสริมแอมเวย์ ลดน้ําหนัก

NLP ลดความอ้วน

ในบทความก่อนๆ ผมได้พูดถึงหลักการของ NLP ที่สรุปคร่าวๆ ไว้ว่า คือการโปรแกรมด้วยภาษาจิตประสาท หรือการโปรแกรมให้กับสมองของเรา ด้วยภาษาต่างๆ ทั้งทางคำพูด ความคิด ท่าทาง การมองเห็น การสัมผัส หรืออะไรก็ตามที่สามารถสื่อสารได้ และตัวแปรหลักอย่างหนึ่งก็คือ “ความเชื่อ” ที่จะค่อยๆเปลี่ยนจิตใต้สำนึกของเราให้ใกล้เข้าไปในเป้าหมายมากขึ้นเรื่อยๆ

และความเชื่อนั้นมาจากไหนกันบ้างล่ะ? 
โดยส่วนใหญ่ความเชื่อนั้นเกิดจากแหล่งที่มาเพียงไม่กี่อย่าง เช่น เกิดจากประสบการณ์เดิม, สภาพแวดล้อม, ความรู้ความเข้าใจ และในหลายๆ เรื่องราวที่ผมได้อ่านเกี่ยวกับ NLP ก็พบว่า ในบางครั้งคนเราสามารถเพิ่มความเชื่อได้จากผลลัพธ์ในอดีตของใครบางคน ที่ไม่ใช่ตัวเอง หรือเรียกง่ายๆ ก็คือ การมีต้นแบบที่ดี เพื่อที่จะให้เราถอดแบบ ตั้งแต่ความคิด การกระทำ หรือในทุกๆ เรื่องที่เราสามารถที่จะลอกเลียนแบบได้ให้เหมือนที่สุด

NLP ลดความอ้วน

อย่างในเรื่องนี้ที่เขียนถึงการใช้ NLP ในการลดความอ้วน หรือลดน้ำหนัก ก็ต้องเริ่มต้นจากความเชื่อของเราก่อนเลยว่า เราเชื่อมากน้อยแค่ไหนว่าเราสามารถลดความอ้วน ได้แน่ๆ แต่โดยส่วนตัวผม ผมเชื่อว่าทุกคนถ้ามีความตั้งใจที่จะลดความอ้วนแล้วล่ะก็ สามารถทำได้ทุกคนจริงๆ ไม่ว่าจะอ้วนมาจากเหตุผลใดก็ตาม แต่ผมจะเชื่อแค่ไหนก็ตาม มันไม่สำคัญเท่ากับความเชื่อของคุณแน่นอน แล้วเราจะใส่ความเชื่อ หรือเพิ่มความเชื่อกันได้อย่างไร

focus

ในบทความนี้ ผมขอพูดถึงเรื่องของการถอดแบบ แน่นอน ถ้ามีแบบให้เลือก 2 คน คนหนึ่งหุ่นดี หุ่นสวย แข็งแรง กับอีกคนที่น้ำหนักมาก ท่าทางเหนื่อยล้า หมดแรง เราคงต้องเลือกที่จะถอดแบบจากคนแรกอยู่แล้ว นั่นเป็นเรื่องสำคัญอย่างมากในการใช้หลัก NLP คือการที่เราหาตัวช่วย เป็นใครสักคนที่เราต้องการจะไปยืนอยู่ในจุดเดียวกับเค้า และให้ศึกษา แนวความคิด การกระทำ ทุกอย่างที่พาเค้าไปอยู่ในจุดที่เราอยากจะเป็น ในที่นี้หมายถึงคนที่เคยผ่านการลดความอ้วนและประสบความสำเร็จมาแล้วนั่นเอง ลองถอดแบบคนที่เคยประสบความสำเร็จในการลดความอ้วนมาแล้ว อย่างนักแสดงหลายๆคน หรือ เพื่อนฝูงญาติพี่น้อง ซึ่งถ้าเป็นเพื่อน เราสามารถที่จะเข้าไปถามได้ว่า เค้าคิดอย่างไรก่อนที่จะลดความอ้วน และเค้าปฏิบัติตัวอย่างไร ลดอาหารมากมั้ย ต้องออกกำลังกายอย่างไร

ที่สำคัญให้เราค่อยเริ่มคิด เริ่มทำตามแบบที่เราชื่นชอบและคอยวัดผลไปเรื่อยๆ หรือถ้าครั้งนึงเราเคยผอม ให้ลองย้อนกลับไปนึกถึงในตอนนั้นว่า เราใช้ชีวิตอย่างไร อาหารการกิน เป็นอย่างไร มีเวลาขยับเนื้อตัวมากกว่าตอนนี้แค่ไหน ถ้าจะกลับไปอยู่ในจุดที่เคยผอม เราควรเลือกที่จะคิด และทำเหมือนอย่างที่เราเคยผอมมาก่อนนั่นเอง

 

 

 

 

ปั่นจักรยานไปทำงาน อีกครั้ง

และแล้ว เมื่อฝนหยุดตกตามฤดูกาลของมัน ก็ถึงคราวที่จะต้องพาด็อกเตอร์ (Dr.Hon) ออกมาวิ่งเล่นบนถนนอย่างจริงจังอีกครั้ง หลังจากที่จอดเอาไว้แบบว่าฝุ่นจับหนาใช้ได้เลย (สัมผัสได้เมื่อช่วงต้นเดือน ตอนทำความสะอาด และพาไปเติมลม) แรกๆ ก็อ้างเอาไว้ว่า ช่วงหน้าฝน คงไม่ได้เอาออกมาปั่น เพราะกลัวว่า จะเปียกน้ำและสนิมรับทาน เพราะ Dr.Hon ที่เหลืออยู่คันสุดท้าย เป็นเหล็กแท้ๆ ร้อยเปอร์เซ็นต์เลยครับ แต่เพราะกลัว Dr.Hon (Vybe) จะเป็นสนิม (จอดไว้ก็เป็นอยู่ดี) เลยทำให้เจ้าของมันอ้วนท้วนสมบูรณ์แบบมาก ถ้านับเป็น กิโลกรัม ก็ขึ้นมาประมาณ 6-8 กิโลเลย

ปั่นจักรยานไปทำงาน Continue reading “ปั่นจักรยานไปทำงาน อีกครั้ง”