The First FED Asia Pacific 2013

ปี 2013 เข้ามาพร้อมๆ กับความตั้งใจว่า ปีนี้น่าจะเป็นปีที่ดีที่สุดปีหนึ่งของผมแน่นอนครับ ทั้งเรื่องราวต่างๆ ที่ผ่านมาในปีที่แล้ว หรือจะเป็นเรื่องของความลงตัวในเรื่องของการทำร้านกาแฟ Coffee Me Plz ที่คิดว่าน่าจะถึงเวลาลงตัวจริงๆซักทีนึง แต่ก็เริ่มต้นปีด้วยการเดินทางเลยครับ เพราะในตอนที่นั่งเขียน Blog อยู่ตอนนี้ผมเองก็อยู่ที่พัทยาได้ 3 วันแล้ว เพราะมาไล่เซ็นสัญญากับบรรดา Developers ในพัทยา กับเสี่ยไม้ (Content is King) ที่ร่วมกันทำบริษัทเกี่ยวกับอสังหาฯ ครับ

FED Asia Pacific 2013

แต่ก่อนหน้านี้ ผมเองได้มีโอกาส ได้ไปร่วมงานใหญ่ ของกลุ่ม BWW ภาคพื้นเอเชียแปซิฟิคเลย นั่นก็คืองาน FED Asia Pacific ที่จัดขึ้นที่เมือง KL, Malaysia โดยเดินทางกับกลุ่มป๋าเชา ป๋าซีน ป๋าวี   ทั้งคณะก็ 10 คนเพื่อไปรวมกับกลุ่มคนอื่นๆ และกลุ่มพี่อ๊อดอีกทีหนึ่ง โดยออกจากกรุงเทพฯกันแต่เช้า เพื่อจะได้มีเวลาท่องเที่ยวกันก่อนเข้างานสัมมนา (ไหนๆ ก็เสียค่าตั๋วเครื่องบินมาแล้วก็ขอเที่ยวด้วยละกันครับ) โดยใน Plan ก็คือไปค้างที่เก็นติ้งกันก่อน 1 คืน แล้วค่อยลงมาทัว KL ก่อนเข้างานในตอนเย็นๆ วันที่ 4 ครับ

ทริปเที่ยวเก็นติ้งและกัวลาลัมเปอร์คราวนี้ โดยส่วนตัวถือว่าเป็นของแถม จากการไปเข้าร่วมงาน FED Asia Pacific งานนี้ก็เลยไม่ได้คาดหวังในการท่องเที่ยวมากนัก ส่วนตัวผมเองก็เลยไม่ได้หาข้อมูลท่องเที่ยวมาเลย เรียกว่าพาไปไหนก็ไปละกันตามนั้น เพราะไปไหนมาไหนได้หมดอยู่แล้ว ขึ้นรถ หรือลงเรือ ไม่มีรถ จะให้เดินไกลๆ ก็ได้เสมอ แถมคราวนี้เอากระเป๋าลากไปด้วยก็ยิ่งสบายใจ ไม่ต้องแบกเป้ไปแบบตอนไปฮ่องกง

ถึงแม้จะเป็นแค่ของแถม แต่ก็ได้ไปไหนมาไหนเยอะเหมือนกัน เริ่มจากถึงที่สนามบิน กันตอน 10 โมงจากนั้นก็ซื้อซิมมือถือของค่าย digi ในมาเลเซีย ซึ่งก็ใช้งานได้เต็มๆ 4 วันเลยครับ ซึ่งก็พบปัญหานิดหน่อย เพราะว่าหลังจากซื้อซิมมาใส่เรียบร้อยก็พบว่า ใช้โทรศัพท์ได้ แต่ต่อ internet ไม่ได้ซะงั้น ก็เข้าไป Settings เพิ่มเติมนิดหน่อย โดยเข้าไปใส่ VPN ชื่อ digi ก็ใช้งานได้เรียบร้อยครับ แต่ความไวไม่ค่อยจะเท่าไหร่ ถ้าให้พูดตรงๆ ก็คิดว่าสู้ของบ้านเราไม่น่าจะได้ แล้วก็จัดแจง Online เพื่อ Check-in บอกทางทีมพี่อ๊อดว่าเรามาถึงเรียบร้อยปลอดภัยแล้ว แล้วก็ไปหาอะไรกินกันก่อนเริ่มออกเดินทางมุ่งหน้าเก็นติ้ง

เราเริ่มต้นเดินทางขึ้นเก็นติ้ง โดยนั่งรถมาต่อกระเช้าขึ้นไปข้างบน ซึ่งถ้าเปรียบเทียบเมื่อปีก่อนที่ไปขึ้นกระเช้าที่เกาะลันตา ฮ่องกงนั้นสูงกว่านี้มาก แต่ที่นี่ไม่ได้สูงจากพื้นขนาดนั้น แต่เป็นการไต่ระดับสูงขึ้นเรื่อยๆเลยทีเดียว จนถึงที่ Genting Highland ก็รู้ว่าสูงมากๆ เพราะว่าจุดที่อยู่นั้นสูงกว่าเมฆบางส่วนเลยทีเดียว แต่ว่าที่พักที่จองไว้เป็น First World Hotel ที่ห้องพักไม่มีแอร์ แต่ก็อากาศเย็นสบายมากๆ แล้วก็เริ่มรับรู้แล้วว่า อาหารท้องถิ่นไม่ค่อยถูกปากซักเท่าไหร่ คงต้องพึ่งอาหารพื้นๆ หรือไม่ก็ฟาสฟู้ด คงจะอร่อยกว่า และจบวันแรกด้วยอาการหมดแรงเพราะว่า ผมเองไม่ค่อยได้นอนก่อนขึ้นเครื่องเลย

เช้าวันที่ 4 มกราคม ก็รีบตื่นกันแต่เช้าเพื่อที่จะได้มีเวลาไปเที่ยววัดจีีน ที่มีรถรับส่งฟรีจากเก็นติ้ง ซึ่งถูกใจหลายๆคนที่ไปด้วย เพราะว่าท้องฟ้าวันนั้นก็สวยใช้ได้ แต่ก็มีเมฆเยอะในบางมุมบางจังหวะเหมือนกัน ก็ถ่ายรูปเฮฮากันซักพัก ก็กลับโรงแรมไปเตรียมตัวเดินทางมายัง MH Hotel ในกัวลาลัมเปอร์ เพราะกลุ่มที่เป็น SP จะมาเข้างานกาล่าและได้รับฟังการถ่ายทอดประสบการณ์จาก Mathew Du และ Angelo Nardoni ซึ่งงานนี้ต้องบอกว่าเป็นโชคดีของผมที่พักอยู่ในโรงแรมที่จัดงานเลย เลยได้มีโอกาสรับฟังจากคลื่นวิทยุ ที่แปลภาษาไทยในงาน ทั้งๆที่นอนฟังอยู่ตั้งชั้น 22 ของโรงแรม แล้วคืนนั้นก็จบลงด้วยการเล่นป๊อกเด้ง ที่เล่นกันเป็นเงินริงกิตเลยทีเดียว

วันที่ 5 ม.ค. เป็นวันที่เริ่มงาน FED Asia Pacific อย่างเป็นทางการโดยช่วงเช้าเราออกเดินทางไปเที่ยวในเมือง เพื่อถ่ายรูปกับตึกแฝด และแวะช้อปปิ้งกันก่อนที่จะกลับมาเข้างานช่วงบ่ายที่โรงแรม ซึ่งงานนี้ก็ต้องทุ่มเทยอมนอนลงกับพื้นเพื่อถ่ายรูปให้เพื่อนๆ พี่ๆ ให้มีรูปสวยๆ กลับมาบ้าง แล้วก็ได้พบว่า มือถือ Sony Xperia P ที่ซื้อมานั้นถ่ายรูปสวยสมกับที่คาดหวังเอาไว้เลย เพราะจากเซ็นเซอร์ Exmor-R ที่ทำให้แสงออกมาสวยมาก ถึงขนาดพี่อ๊อดยังเข้าใจว่าถ่ายด้วย D-SLR เลยด้วยซ้ำ ไฮไลท์ของงาน FED วันแรก ก็คือช่วง Hand Raising ที่มีถึง 8 รหัสเลยทีเดียว แต่คนที่ผมชอบที่สุดน่าจะเป็นเจ๊เล้ง ดาวน์ไลน์ของ Mathew Du ที่ทำทุกอย่างตามความฝันของเธอ และที่สำคัญปีนี้เธอมี D/L ที่เป็น Diamond ถึง 3 สาย และ 1 สายยังมี Diamond ลึกลงไปอีก 2 ชั้น เรียกว่าปีแรกที่เธอ Qualified Diamond ก็ควบ EDC ด้วยเลยจากคะแนน FAA 12 แต้มนั่นเอง

วันที่ 6 ม.ค. วันสุดท้ายของงานก็ตื่นมาเข้างานกันแต่เช้า แต่ก็ต้องเตรียมใจไว้ว่าคงไม่ได้ฟังไม้สุดท้ายที่ Angelo Nardoni จะมาสอนเป็นคนสุดท้าย แต่ช่วงเที่ยงได้รับการถ่ายทอดจาก Mathew Du ที่ถ่ายทอดให้แบบทรงพลังอย่างมาก แต่ที่ประทับใจสุดๆ ก็คือบุคคลิกภาพของ Mathew Du ที่เป็นถึง FCA แล้วก็ยังคงมีความนอบน้อม ถ่อมตนสุดๆ ดูแล้วทำให้คิดว่าจะลดๆ นิสัยเกรียนๆ ส่วนตัวออกไปให้น้อยลงบ้างครับ แต่โดยรวมๆ งานทั้ง 2 วันก็เรียกได้ว่า สร้างความประทับใจให้กับทุกๆคนได้อยู่พอสมควร รวมทั้งผมด้วยเช่นกัน

กลับจากงานถึงแม้ว่าผมเองก็ต้องมาลุยงานอสังหาฯ แต่ก็ยังคงมั่นใจว่าปีนี้ ถ้าทำทุกอย่างตามระบบ แบบคนใหม่เป๊ะๆ ไม่ว่าจะเป็น 9 Core Steps, 4 basics, และทำตามโครงสร้าง Eagle ให้ได้ภายในระยะเวลา 3 เดือน ปีนี้มี PT ใหม่ที่ชื่อ ชัยวุฒิ แน่นอนครับ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *