Close

All posts in crypto .

  • CBDC ในประเทศไทย หรือ Baht Digital จะมาเมื่อไหร่กันแน่?

    CBDC คืออะไรกันแน่ เรามักจะได้ยินคำคำนี้บ่อยมากขึ้นในหัวข้อการเงินและธนาคาร เพราะคำเต็มๆของ CBDC มาจาก Central Bank Digital Currency หรือสกุลเงินดิจิทัลที่ออกโดยธนาคารกลาง (ธนาคารแห่งประเทศไทยนั่นแล่ะ) ซึ่งถ้ามีการติดตามข่าวสารจากหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ก็จะรู้ว่าทีมงานของธนาคารแห่งประเทศไทย ก็มีการศึกษาความเป็นไป และสิ่งที่จะเกิดผลกระทบจากการมีและการใช้งาน CBDC หรือ บาทดิจิทัล ในประเทศไทยมาซักระยะเวลานึงแล้ว  สำหรับคนที่อยู่ในตลาดคริปโตมาก่อนแล้ว เชื่อว่าหลายๆ คนก็อาจจะมีสกุลเงินที่เป็น Stable Coin ใช้งานกันอยู่แล้ว ซึ่งเราเองก็อาจจะเคยได้ยินข่าวร้านหมูกระทะบางร้านก็สามารถชำระเงินค่าอาหารมื้อนั้นด้วยเหรียญคริปโต ซึ่งก็คือ Stable coin อย่าง USDT, BUSD, หรือ USDC นั่นเอง ซึ่ง CBDC หรือเงิน บาทดิจิทัล ก็เป็นแบบเดียวกัน คือเป็นเหรียญที่มีค่าค่อนข้างคงที่ตายตัว 1 บาทดิจิทัล

    svg1 min read
  • Feeder Finance ถ้าไม่รู้จะลงทุน DeFi ตัวไหน ลองศึกษาตัวนี้ดูครับ

    ช่วงที่ผ่านมาก็แอบศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับตลาดคริปโตอยู่บ้าง เพราะข้อมูลของตลาดนี้ค่อนข้างมีมากจนต้องใช้เวลาพอสมควร ถึงจะเรียนรู้แบบเบื้องต้นแบบที่พอจะคุยกับคนในตลาดนี้รู้เรื่อง ซึ่งก็ยังมีเรื่องที่ต้องศึกษาข้อมูลอีกมากมายครับ ก่อนอื่นคงต้องบอกว่า ผมในวันที่ไม่รู้เรื่องใดๆ เกี่ยวกับคริปโต เลยรู้แค่ มีบิทคอยน์ มีเหรียญ Alt coin แล้วก็ตอนที่อยากรู้อยากเห็นมากขึ้นก็ได้ยินเรื่องราวของตลาด DeFi (Decentralized Finance) ที่ช่วงเวลานั้นเติบโตมหาศาล  ใช่แล้วครับ วันแรก ที่ผมก้าวเข้ามาศึกษา ก็เข้ามาวันที่ 15 พฤษภาคม 2021 ในวันที่ราคา BTC อยู่ประมาณ​เกือบๆ 60,000 เหรียญ เป็นช่วงที่ราคาเพิ่มขยับลงมาจากจุดสูงสุดเพียงนิดหน่อย เหมือนย่อให้เม่าอย่างผมเนี่ยแล่ะ บินเข้าไปสนุกกับมัน กลับมาที่อยากรู้เรื่องและอยากลองลงทุนในตลาด DeFi ก็เลยปรึกษารุ่นน้องที่ศึกษาอยู่ก่อนแล้ว ซึ่งขอบคุณที่แนะนำวิธีการเปิดคริปโตวอลเล็ท แถมมีการให้แลกเงินสำหรับเริ่มต้นในตลาด DeFi ด้วยอีกต่างหาก ซึ่งครั้งแรก ขอลองศึกษาด้วยเงิน 50,000 บาท (ประมาณ $1,500)

    svg1 min read
  • NFT คืออะไร แล้วใครบ้างที่จะได้ประโยชน์จาก NFT?

    NFT คืออะไร?

    Non-Fungible Token หรือ NFT กลายมาเป็นกระแสอย่างมากในช่วงเวลานี้ ไม่ว่าจะวงการไหนต่างก็รีบเข้ามาจับจองพื้นที่ให้ได้ไวที่สุด แต่เชื่อว่าหลายคนยังคงสงสัยว่า NFT เนี่ยมันคืออะไรกันแน่ Non-Fungible Token แปลแบบตรงตัวเลยก็คือ โทเคน หรือเหรียญ ที่ไม่สามารถทำซ้ำหรือทดแทนกันได้  ถ้าลองนึกถึงสิ่งที่เราสามารถทดแทนกันได้ชัดเจนที่สุด ให้เราลองนึกถึง ธนบัตร ครับ ถึงแม้ว่า มันจะมีเลขกำกับในแต่ละใบ แต่เราก็ยินดีที่จะรับแลกเปลี่ยนมัน หรือในเวลาที่เพื่อนเราอยากได้แบงค์ย่อย โดยเอาแบงค์พันมาแลกกับเรา เราก็ยินดีให้แลกเปลี่ยน เพราะมูลค่าของมันสามารถทดแทนกันได้นั่นเอง แต่ในบางครั้ง ธนบัตรบางใบ ก็ไม่สามารถทดแทนมูลค่าที่เจ้าของได้ให้เอาไว้นะครับ เช่น ถ้าเรามีแบงค์ร้อยซักใบ ที่ตัวเลขบนนั้นเป็นเลขสวย เลขมงคล ยกตัวอย่างเวอร์ๆ ก็คือ 9 x 999999999 แบบนี้ ก็อาจจะทำให้มูลค่าของมันไม่สามารถทดแทนได้แล้วด้วยแบงค์ร้อยใบอื่นๆ  ดังนั้น NFT ก็คือโทเคนใดๆ ก็ตามที่ไม่สามารถทดแทนกันได้ มีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว

    svg1 min read
  • FANS Token คืออะไร จะไปรอดมั้ย?

    กระแสการเงินดิจิทัลกำลังเติบโต ไม่ว่าจะวงการไหนๆ ต่างก็ต้องวิ่งเข้ามาร่วมวงด้วย และเนื้อหาที่จะพูดถึงในวันนี้เป็นเรื่องราวของวงการ Influencer บนทุกแพลตฟอร์ม และไม่ว่าจะอยู่บนแพลตฟอร์มไหนก็ตาม ทุกคนต่างก็มีผู้ติดตามเป็นของตัวเอง และ Fans Token จะเป็นตัวช่วยให้ Influencer ได้มีช่องทางที่จะสื่อสารกับแฟนๆ ของตัวเองได้ ผ่านช่องทาง fanstoken.io  แล้ว Fans Token คืออะไรกันแน่ โดยคำนิยามของ Fans Token คือการเปลี่ยนชื่อเสียงและความนิยมของเหล่าอินฟลูเอนเซอร์ ให้อยู่ในรูปแบบเหรียญดิจิทัล โดยที่แฟนคลับสามารถใช้เหรียญ Fans Token สำหรับซื้อ NFTs (Non Fungible Token) รวมไปถึงใช้เหรียญ Fans Token ในการเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆกับเหล่าอินฟลูเอนเซอร์ บนทคโนโลยีบล็อคเชน วัตถุประสงค์หลักของ Fans Token ก็คือ ช่วยให้วงการอินฟลูเอนเซอร์เติบโตขึ้น เพิ่ม engagement และสร้าง

    svg1 min read
  • DeFi การเงินและการธนาคารบน Blockchain

    เริ่มต้นจากช่วงหลังสงกรานต์ที่ผ่านมา ผมเองได้ลองให้ความสนใจในตลาดคริปโต ซึ่งตอนนั้นคือจุดสูงสุดของราคาเหรียญทุกเหรียญในตลาดฯ ช่วงนี้ ก่อนที่มันจะปรับฐานลงมาเกือบครึ่งนึงเลยทีเดียว ในกลางเดือนพฤษภาคม  สิ่งที่ได้เรียนรู้ก็คือ เรากลัวความผันผวนของเงินคริปโตทั้งๆ ที่เราไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับมัน เข้าใจเพียงแค่มันคือสกุลเงินดิจิทัลที่ใช้เทคโนโลยี Blockchain เท่านั้น มันยังมีอื่นๆ อีกมากมายที่เป็นเรื่องราวใหม่ๆ ให้เราได้เรียนรู้ ไม่ว่าจะเป็น Smart Contract, dApps, DeFi, NFT, และอื่นๆ ที่จะตามมาในอนาคต นอกจากนั้นยังมีการพัฒนาเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตั้งแต่ Blockchain 1.0 ซึ่งนั่นก็หมายถึง BitCoin หรือจะเป็น Blockchain 2.0 อย่าง Ethereum ที่เน้นเรื่องของ Smart Contract และยังมี เวอร์ชั่น 3.0 อีกซึ่งอาจจะขอเล่าให้ฟังในอนาคตนะครับ วันนี้เรามาอยู่กับเวอร์ชั่น 2.0 ก่อน และนอกจากนั้น

    svg1 min read
  • เมื่อ 5 ปีก่อน ทำไมถึงไม่ซื้อ BitCoin เอาไว้นะ ชัยวุฒิ

    หากใครอยู่ในกระแสเทคโนโลยีในวันนี้ เชื่อได้เลยว่า ต้องมีคนรอบข้างของเราซักคนต้องพูดถึงตลาดคริปโตอย่างแน่นอน ผมเองก็เป็นหนึ่งในคนที่ทำงานเกี่ยวกับเทคโนโลยี และแน่นอน รอบๆ ข้างก็มีคนมากมายให้ความสนใจในตลาดเงินคริปโตเช่นกัน แต่เชื่อมั้ยครับ ด้วยความน่ากลัวของมัน ถึงแม้จะรู้ว่า ในโลกใบนี้มีดีมานด์เกี่ยวกับเงินคริปโตสูงขึ้นเรื่อยๆ ผมเองก็แทบจะไม่ได้ให้ความสนใจมันซักเท่าไหร่เลย และยิ่งไปกว่านั้น ในช่วงแรกๆ ที่เงินคริปโต ผ่านหูผ่านตาผมนั้น มันช่างร้อนแรงและน่ากลัวสุดๆ และยังพอจะจำได้ว่า สมัยนั้นเป็นยุคที่ กลุ่มคนหาเงินออนไลน์จะพูดคุยกันเรื่องการลงทุนขุดเหรียญบิทคอยน์ (BTC) ซึ่งสมัยนั้นเป็นช่วงที่ราคาน่าจะกำลังพุ่งอย่างแรง และ มีบริการรับจ้างขุดแบบเป็นฟาร์มมาแนะนำกันเพียบ ในช่วงเวลานั้นถึงแม้มันจะมีความเสี่ยงสูงก็ตาม แต่ก็เป็นสิ่งที่น่าสนใจมาก แต่เหตุผลที่สำคัญสุดๆ ก็คือสภาวะเงินในกระเป๋าที่เพิ่งสูญไปกับทองคำ (ตลาดฟิวเจอร์)  และไม่เหลือให้ลงทุนเพิ่มเติม ก็ได้แต่บอกกับตัวเองไปว่า ระวังไว้ก่อนดีกว่า เดี๋ยวจะเหมือนทองคำนะ ลงไปแล้วเจ็บตัว ทำให้ได้แต่มองคนอื่นสนุกสนานกับการขุดเหรียญ BTC กันไป และในทุกช่วงเวลาที่ผ่านไปเรื่อยๆ เราก็จะได้ยินข่าวของตลาดคริปโตผ่านมาเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นตลาด ICO ที่เฟื่องฟูอยู่ช่วงเวลานึง หรือแม้แต่บริษัทยักษ์ใหญ่หลายๆ ก็พยายามที่จะเข้ามาเป็นผู้เล่นในตลาด Digital

    svg1 min read

me:

จากประสบการณ์ที่อยู่ในตลาดของอินเตอร์เน็ตเมืองไทย (ตั้งแต่ปี 1999) ผมได้ผ่านอะไรหลายๆอย่าง ผ่านยุคผ่านสมัยต่างๆของ เทคโนโลยี และในปัจจุบันก็ยังสามารถเอาชีวิตรอดอยู่ในธุรกิจนี้ เพียงแต่จำเป็นที่จะต้องเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา

ตอนนี้ผมทำงานเกี่ยวกับ Influencers โดยเฉพาะบน YouTube ใครสนใจหรืออยากได้คำแนะนำในการทำเนื้อหาบน YouTube ยินดีพูดคุยกันนะครับ

ป.ล. ผมเลี้ยงง่าย แค่กาแฟถ้วยเดียวก็พอครับ