← กลับไปหน้าบันทึก

เดินวันละหมื่นก้าวเพราะหมา: ทำไม Zone 2 ถึงดีกว่าการออกกำลังกายจนเหงื่อท่วม

ทุกวันนี้ผมเดินวันละ 8,500 - 10,000 ก้าว ไม่ใช่เพราะฟิตจัด แต่เพราะต้องพามอมแมมกับหมีไปเดินเล่น และนี่คือการทำ Zone 2 ที่ลดไขมันได้ดีกว่าการตีแบดแล้วจบที่ร้านข้าวต้มตอน 5 ทุ่ม!

ถ้าคุณเห็นผมเดินวันละ 8,500 - 10,000 ก้าวแทบทุกวัน อย่าเพิ่งคิดว่าผมเป็นคนบ้าพลังหรือมีวินัยเหล็กอะไรขนาดนั้นนะครับ สารภาพตามตรงว่าจุดเริ่มต้นมันมาจาก “ความจำเป็น” ล้วนๆ

ในบ้านผมมีน้องหมา 2 ตัว คือ เจ้ามอมแมม วัยกำลังซน กับ เจ้าหมี หมาแก่วัย 12 ขวบกว่า การพาพวกเขาทั้งคู่ไปเดินสูดอากาศรอบหมู่บ้านทุกวัน คือหน้าที่ภาคบังคับที่ขาดไม่ได้ แต่ทำไปทำมา กิจวัตรนี้กลับกลายเป็น “ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว” เพราะนอกจากหมาจะได้ออกกำลังกายและลดความเครียดแล้ว ตัวผมเองก็ได้ทำ Zone 2 Cardio ไปด้วยในตัวแบบเนียนๆ

ทำไมต้อง “เดิน” ทำไมไม่ “วิ่ง” ให้เหนื่อยไปเลย?

หลายคนยังติดภาพว่า การออกกำลังกายที่ดีต้องเหนื่อยหอบ เหงื่อท่วมตัวถึงจะลดไขมันได้ดี แต่ในหลักการของ Zone 2 (การออกกำลังกายที่หัวใจเต้นอยู่ในระดับเหนื่อยเบาๆ ยังพอคุยเป็นประโยคได้) มันทำงานตรงกันข้ามเลยครับ อธิบายง่ายๆ แบบนี้:

  • เมื่อเราเดิน (หรือทำ Zone 2): ร่างกายของเรามีเวลาเหลือเฟือที่จะค่อยๆ ดึง “ไขมัน” ตามส่วนต่างๆ มาแปลงเป็นพลังงานให้เราใช้ เราเลยเบิร์นไขมันได้ดีมาก
  • แต่เมื่อเราวิ่งเร็วๆ หรือเหนื่อยหอบ: ร่างกายจะต้องการพลังงานด่วนจี๋ มันดึงไขมันมาใช้ไม่ทันครับ! มันเลยต้องหันไปดึง “ไกลโคเจน” (น้ำตาลที่สะสมไว้ในกล้ามเนื้อ) มาเผาผลาญแทน

บทเรียนจาก “ร้านข้าวต้มตอน 5 ทุ่ม”

พอร่างกายเราถูกสูบไกลโคเจนออกไปอย่างหนัก ผลที่ตามมาคือ “ความโหย” ครับ

ย้อนไปสมัยก่อน ผมเคยเป็นสายตีแบดมินตัน ตีกันที 2-3 ชั่วโมง วิ่งหน้าตั้ง เหงื่อชุ่มเสื้อไปหมด ตอนตีเสร็จรู้สึกสะใจมาก มั่นใจเลยว่าวันนี้น้ำหนักลงแน่ๆ แต่พออาบน้ำเสร็จเท่านั้นแหละครับ… ร่างกายมันประท้วงเรียกร้องหาแป้งและน้ำตาลแบบรุนแรง

สุดท้าย แก๊งตีแบดก็มักจะไปจบกันที่ ร้านข้าวต้มรอบดึกตอน 5 ทุ่ม! กินยับเยินกว่าแคลอรี่ที่เพิ่งเบิร์นไปซะอีก 555 นี่แหละครับคือวงจรที่ทำให้ออกกำลังกายหนักแค่ไหนก็ไม่ผอม แถมยังทรมานร่างกายอีกต่างหาก

วินัยที่ไม่ต้องฝืน

ทุกวันนี้ การพาหมีกับมอมแมมเดินรอบหมู่บ้านด้วยจังหวะก้าวที่สม่ำเสมอ ทำให้ผมได้ทำ Zone 2 ไปแบบไม่ต้องฝืนใจ ร่างกายใช้ไขมันได้ดี ไม่โหยหิวหลังเดินเสร็จ และนั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมในวัย 50 ผมถึงยังรักษาระดับ BMI ไว้ที่ 22 ได้อย่างยั่งยืน โดยไม่ต้องทรมานตัวเองเลย

Longevity ไม่ใช่การฝืนทำสิ่งที่ยากที่สุด แต่คือการหาสิ่งที่ส่งผลดีที่สุด และเราสามารถทำมันซ้ำๆ ได้ทุกวันอย่างมีความสุขครับ

เย็นนี้ ใครกลับถึงบ้านแล้วขี้เกียจไปฟิตเนส ลองหยิบสายจูงแล้วพาน้องหมาออกไปเดินเล่นสัก 45 นาทีดูสิครับ ได้ประโยชน์ทั้งสุขภาพเรา สุขภาพหมา และสุขภาพใจเลยล่ะ

#zone-2#longevity#mindset#dogs#health
ชัยวุฒิ
ชัยวุฒิ
บันทึกของผู้ชายวัย 50 — ธุรกิจ Longevity และมอมแมม
LINE

มีอะไรอยากคุย? ทักมาทาง LINE ได้เลยครับ ผมตอบเอง

คุยกันทาง LINE

ไม่มี auto-reply ผมอ่านทุกข้อความ