ได้ Certificate ลดน้ำหนักมาใบใหม่ แต่ผมจะไม่สอนให้คุณกินคลีน 3 มื้อ
วันนี้เรียนจบ Holistic Weight Management ของ NASM แต่สิ่งที่ผมเชื่อจริงๆ คือ ฮอร์โมนความสุขต้องมาก่อน เพราะถ้าตึงเกินไป มันไปต่อไม่ได้นาน
วันนี้กดเรียนจบไปอีกใบครับ — Holistic Weight Management ของ NASM (National Academy of Sports Medicine) บน Coursera เป็น specialization ที่รวม 5 คอร์สเข้าด้วยกัน:

- Nutrition and Medical Weight Loss
- Psychology of Weight Loss
- Psychosocial Aspects of Obesity
- Impact of Exercise on Weight Loss
- Fitness Coaching Strategies for Weight Loss
ใครอยากเช็คว่าจริงไหม ดูใบ certificate ได้ที่นี่เลยครับ 👉 ตรวจสอบ certificate บน Coursera
ที่ตั้งใจเรียนใบนี้ ไม่ใช่แค่อยากได้กระดาษมาแปะไว้ แต่ผมอยากทำคอนเทนต์เรื่อง “การลดน้ำหนัก” อย่างจริงจัง — แค่เป็นแบบที่อาจจะต่างจากที่เราเห็นกันทั่วบ้านทั่วเมืองสักหน่อย
ผมให้ “ฮอร์โมนความสุข” มาก่อนเป็นอันดับแรก
ถ้าถามว่าหลักคิดของผมต่างจากคนอื่นตรงไหน คำตอบคือ ผมให้น้ำหนักกับ ฮอร์โมนความสุข มาก่อนเลย
เพราะการลดน้ำหนักมันไม่ใช่โปรเจกต์ 30 วันแล้วจบ มันคือเรื่องที่เราต้องอยู่กับมันไปทั้งชีวิต และอะไรก็ตามที่เราต้อง “ฝืนความสุข” เพื่อทำมัน สุดท้ายมันจะไปต่อไม่ได้นาน — ผมยอมรับตรงๆ ว่าตัวเองก็เป็นแบบนั้น
ไม่ใช่ไม่เชื่อหมอ แต่ขอพลิกแพลงให้เข้ากับชีวิตจริง
อย่าเพิ่งเข้าใจผมผิดนะครับ คำแนะนำของคุณหมอและกูรูทั้งหลาย ผมเชื่อและเคารพหมด มันมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับจริง
แต่สิ่งที่ผมเลือกทำคือ ปฏิเสธความเป๊ะ แล้วเอามาพลิกแพลงให้เหมาะกับ lifestyle ของตัวเอง เพราะบางอย่างถ้ามันตึงเกินไป ผมรู้ตัวเองดีว่าทำไม่ได้นานแน่ๆ
ลองนึกภาพการกินอาหารคลีน 3 มื้อทุกวันสิครับ — สำหรับบางคนอาจจะโอเค แต่สำหรับผม มันคงไม่มีความสุขเลย เผลอๆ ความเครียดจะเพิ่มขึ้นด้วยซ้ำ แล้วพอเครียด คอร์ติซอลขึ้น สุดท้ายก็ย้อนกลับมาทำร้ายเป้าหมายเราเองอยู่ดี
ผมเลือกกินของที่มีความสุข ได้ยัน Whopper เลย
ใช่ครับ อ่านไม่ผิด ผมยอมให้ตัวเองกินของอร่อยได้ ถึงขั้น Whopper เลยก็มี 😄
เคล็ดลับไม่ได้อยู่ที่ “ห้ามกิน” แต่อยู่ที่ คำนวณแคลให้ดี ต่างหาก ถ้าเรารู้ว่าวันนึงเรามีโควต้าแคลเท่าไหร่ แล้วเราบริหารมันเป็น ของอร่อยที่เคยเป็นผู้ร้าย ก็กลายเป็นรางวัลที่กินได้แบบไม่ต้องรู้สึกผิด
ตัวช่วยลับ: bodykey ที่ทำให้มีโควต้ากินของอร่อยได้ทุกวัน
แล้วผมบริหารโควต้ายังไง? ตัวช่วยของผมคือ bodykey
ไอเดียง่ายมากครับ — มื้ออื่นๆ ที่ไม่ใช่มื้อ “ของอร่อย” ผมให้ bodykey ทำหน้าที่เป็นมื้อที่ได้สารอาหารครบถ้วน ในขณะที่แคลอรีอยู่แค่ประมาณ 200 เท่านั้น
พอมื้อพื้นฐานกินแคลน้อยแต่ได้สารอาหารเต็ม มันก็เลยเหลือ “โควต้า” ให้ผมไปกินของอร่อยที่อยากกินได้ทุกวัน โดยที่ภาพรวมทั้งวันยังอยู่ในกรอบ — นี่แหละที่ทำให้แผนลดน้ำหนักของผมยั่งยืน เพราะมันไม่เคยพรากความสุขไปจากผมเลย
สรุป
ความรู้จาก NASM ทำให้ผมเข้าใจทั้งฝั่งโภชนาการ จิตวิทยา และการออกกำลังกายมากขึ้น แต่สิ่งที่ผมจะเอามาทำเป็นคอนเทนต์ต่อจากนี้ ไม่ใช่สูตรลดน้ำหนักที่เป๊ะที่สุด แต่เป็น สูตรลดน้ำหนักที่ทำได้นานที่สุด
เพราะสุดท้ายแล้ว แผนที่ดีที่สุด ไม่ใช่แผนที่สมบูรณ์แบบบนกระดาษ แต่เป็นแผนที่เรา “ทำมันต่อได้” ในชีวิตจริง — โดยที่ยังมีความสุขอยู่
แล้วคุณล่ะครับ ยอมแลกความสุขกับความเป๊ะไหวรึเปล่า? 😄